วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557

3. การทำความสะอาดเคสคอมพิวเตอร์


1.ถอดสายไฟ ให้หมด สังเกตุว่าฝุ่นมา เกาะที่ Case เยอะหรือยัง ถ้าเยอะก็ เริ่มทำความสะอาดได้เลย ใช้เศษผ้า ทำความสะอาดด้านนอกก่อน
2. เปิด
Case ออกมา ถ้ามีเครื่องเป่าฝุ่น ก็ เป่าได้เลย
3. ถ้าใครพอมี ความรู้ ด้านคอม ก็ถอดแรม เป่าด้วยก็ดี
4. ดูว่าฝุ่นไม่มี หรือ น้อยแล้ว ก็ ปิดฝา

::
กรณีไม่มี เครื่องเป่า

ก็ใช้แปลง อะไรก็ได้ ที่พอจะปัดฝุ่นได้ ก็ปัดออก ซึงส่วนสำคัญก็คงเป็น
 Slot ที่ใส่ Ram ทำความสะอาดด้วยก็จะเป็นการดีมาก

4. การดูแลรักษาชีดี/ดีวีดีรอมไดร์ฟ CD-Rom drive/DVD-Rom drive


การทำความสะอาด DVD-ROM Drive

 

        การทำความสะอาดตัวไดรฟ์และหัวอ่าน ส่วนมากแล้วทางผู้ผลิตจะไม่แนะนำ ไม่ว่าจะเป็นการถอดชิ้นส่วนออกมาทำความสะอาดหรือใช้แผ่นดิสก์ล้างหัวอ่านก็ ตาม เนื่องจากเสี่ยงต่อการทำให้หัวอ่านมีปัญหาก่อนเวลาอันควร แผ่นดิสก์ทำความสะอาดหัวอ่านมักประกอบด้วยขนแปรงเล็กๆที่ติดอยู่บนแผ่น ซีดี ซึ่งมีแนวคิดง่ายๆ โดยใช้ขนแปรงเล็กๆนี้จะช่วยปัดฝุ่นสกปรกที่สะสมอยู่บนเล็นส์ของหัวอ่านเล เซอร์ในไดรฟ์ ซึ่งหากมีฝุ่นสะสมอยู่มากเกินไปอาจมีผลทำให้การอ่านแผ่นติดขัดหรือไม่สามารถ อ่านได้ นับว่าเป็นความคิดที่ดูไม่เลวเลย

ข้อควรระวังในการใช้ CD/DVD Rom Drive

- ห้ามกดหรือดึงถาดดิสกืเวลาเปิด/ปิด แทนการใช้ปุ่มสวิตช์เปิด/ปิดบนไดรฟ์ เพราะจะทำให้กลไกถาดใส่แผ่นเสียหายได้  

- ห้ามกดหรือวางสิ่งของบนถาดใส่แผ่นดิสก์โดยเด็ดขาด  

- ห้ามใช้ดิสก์ที่ถูกทำงาน แตกหัก บิดเบี้ยว บวมผิดรูป หรือใส่แผ่นดิสก์ซ้อนทับกันลงไป เพราะเมื่อแผ่นหมุนด้วยความเร็วสูงแล้วจะทำให้แผ่นดิสก์ที่ชำรุด หลุดออกจากแกนหมุนหลักและแตกหักคาอยู่ด้านใน สร้างความเสียหายให้แก่ตัวไดรฟ์  

- ห้ามกดปุ่ม เปิด/ปิด ขณะที่เครื่องคอมพิวเตอร์อ่านดิสก์อยู่ไม่ว่าจะกรณีใดๆ  

- ปิดถาดดิสก์เมื่อไม่ได้ใช้งานไดรฟ์ CD-RW/DVD/ROM เพื่อป้องกันฝุ่นผงเข้าไปจับด้านใน

 

วิธีการซ่อมซีดีรอมไดร์ฟ (CD-ROM Drive)


          เป็นได้หลายสาเหตุ เช่น แผ่นสกปรก แผ่นเป็นลอย หรือเป็นที่หัวอ่านเองก็เป็นได้ ถ้าแผ่นสกปรกก็ควรนำน้ำยาทำความสะอาดแผ่นมาเช็ด แต่ถ้าเป็นที่หัวอ่าน CD-Rom ก็พอมีวิธีอยู่บ้าง เช่นนำแผ่นล้างหัวอ่านมาทำความสะอาด หากยังไม่หายอีกก็มีอีกหนึ่งวิธีคือ วิธีการปรับหัวอ่าน CD-Rom โดยวิธีปรับหัว VR ใน Drive CD-Rom หรือที่เรียกกันว่า Variable Resist เป็นวิธีที่ใช้ได้สำหรับผู้ที่เจอปัญหาเกี่ยวกับ การอ่านแผ่นทองหรือแผ่น CD-R ได้ หรือว่าอ่านได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่จะไม่รวมถึงกรณีมอเตอร์เสีย ก่อนที่จะทำการงัดแงะ CD-Rom ของคุณ อยากให้คุณดูให้แน่ใจก่อนว่าหมดประกันแล้วหรือยัง ถ้าหมดแล้วก็จะได้เต็มที่กับการซ่อม และที่สำคัญ “คุณไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว” เตรียมอุปกรณ์สำหรับการซ่อมให้พร้อม

1. ก่อนอื่นให้ใช้ไขควงไข เอาน็อตด้านหลังของ Drive CD-Rom ออก
2. ถอดหน้ากากที่เป็นพลาสติกของ CD-Rom ออก ส่วนนี้ไม่ต้องใช้ไขควงเพราะเขาแค่มีตำแหน่งยึดกันไว้เฉย ๆ แล้วจึงถอดฝาครอบออกตามลำดับ
3. ทีนี้ให้จับตรงบริเวณ ตัวยึดแผ่น CD ง้างขึ้น เมื่อง้างขึ้นแล้วก็ให้หาตำแหน่งของเลนซ์หรือหัวอ่าน CD ให้ดี เมื่อเจอตำแหน่งของหัวอ่าน CD แล้ว ให้มองหาชิ้นส่วนที่เป็นโลหะสีออกทองเหลือง รูปร่างลักษณะจะเป็นวงรีเล็ก ๆ สำหรับตำแหน่งที่แน่นอนบอกได้เลยว่าไม่มี เพราะ CD-Rom แต่ละยี่ห้อจะวางตำแหน่ง VR ไว้ ไม่เหมือนกัน
4. เมื่อท่านผู้อ่านหาหัวปรับ VR เจอแล้วก็ให้จัดการเอาไขควงหมุนหัวปรับ VR ไปตามเข็มนาฬิกาประมาณ 20-25 องศา
5. เมื่อหมุนเรียบร้อยแล้วอย่าพึ่งประกอบกลับเข้าไปทันทีทันใดให้ลองใส่แผ่นทองหรือแผ่นอะไรก็ได้ที่เมื่อก่อนมันไม่สามารถอ่านได้
6. จากนั้นเสียบกลับเข้าไปทั้งอย่างนั้นก่อน เพื่อความแน่ใจ ถ้าเกิดว่ายังไม่สามารถอ่านได้อีกก็ให้เอาออกมาหมุนเพิ่มประมาณ 3-5 องศา จากนั้นลองดูอีกครั้ง ถ้าอ่านได้ก็แสดงว่าคุณทำสำเร็จแล้ว คุณอาจจะได้ CD-Rom ที่คุณคิดว่ามันจากไปตลอดกาลกลับมาอีกครั้ง

 

วิธีการดูแลรักษาซีดีรอมไดร์ฟ (CD-ROM Drive)

 

          ควรทำความสะอาด CD-ROM Drive โดยหาซื้อแผ่นทำความสะอาด CD-ROM Drive โดยเฉพาะ (ลักษณะของแผ่นที่ใช้ทำความสะอาด Drive ให้กลับแผ่น CD ลง จะเป็นขนแปลงเล็ก ๆ อยู่ด้านล่าง ไว้ใช้สำหรับทำความสะอาดหัวอ่านของ CD ให้ทำความสะอาดสัก 2 - 3 รอบ จากนั้น ให้ลองเปิดแผ่น CD ที่มีปัญหา ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบมัลติมีเดียหรือเป็นสื่อผสมซึ่งจะต้องใช้สื่อบันทึกข้อมูลที่สามารถบันทึกข้อมูลได้มากขึ้น ซึ่งจะมีข้อมูลทั้งภาพและเสียง ดังนั้น แผ่นซีดีรอมจึงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เมื่อมีแผ่นซีดีรอมเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะต้องมีเครื่องผ่านแผ่นซีดีรอมที่เรียกว่า ซีดีรอมไดร์ฟ ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรนำแผ่นซีดีที่เสียแล้วหรือมีรอยขีดข่วนมาก ๆ มาอ่านเพราะอาจทำให้หัวอ่านชำรุดได้ รวมถึงการใช้น้ำยาล้างหัวอ่านผิดประเภทด้วย ใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับเครื่องคอมฯ เช็ด บริเวณด้านนอกโดยอาจใช้พู่กันเล็ก ๆ ช่วยในการปัดฝุ่นออกเสียก่อน จากนั้นจึงใช้น้ำยาทำความสะอาดเช็คเครื่องคอมฯ ข้อควรระวัง! โดยปกติน้ำยาเหล่านี้ ห้ามเช็คหน้าจอ ถ้ามีฝุ่นหรือคราบนิ้วมือ ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดก็เพียงพอแล้ว (ทิป น้ำยาทำความสะอาด โดยทั่วไป การใช้ควรใส่น้ำยาบนผ้าที่สะอาดจากนั้นลูบไปบริเวณตัวเครื่องทิ้งไว้สักพักและค่อยเช็ดออกจะช่วยลดแรงในการขัดได้มาก)



5. เช็คอาการเสียของเพาเวอร์ซัพพลาย

Power Supply มี 2 แบบ

แบบที่ 1. แบบ Linear มีหม้อแปลงใหญ่ขนาดใหญ่ ตัดวงจรโดย Fuse
แบบที่ 2. แบบ Switching มี Transistor ทำหน้าที่ตัดวงจร
2.1 แบบ XT มีขนาดใหญ่ มีหัวเดียว 12 เส้น มี Switch ปิด-เปิดอยู่ด้านหลัง Power Supply
2.2 แบบ AT เล็กกว่า XT มีหัวเสียบ 2 หัว คือ P8 , P9 มีสวิทช์ปิด-เปิดโยงจาก Power Supply มายังหน้า Case (ราคาประมาณ 450 บาท)
2.3 แบบ ATX มีหัวเสียบเดียว 20 เส้น ไม่มี Switch ปิด-เปิด เมื่อสั่ง Shut Down จาก Program เครื่องจะปิดเองโดยอัติโนมัติ (ราคาประมาณ 600-800 บาท)

* ถ้าต้องการตรวจสอบการใช้งานในขณะที่ไม่ได้ต่อกับ Mainboard ให้ Jump สายสีเทา (หรือสีเขียว) กับสีดำ พัดลมของ Power Supply จะหมุน แสดงว่าใช้งานได้

การใช้มิเตอร์วัดไฟ Power Supply

 

ดำ + ดำ = 0 V
ดำ + แดง = 5 V
ดำ + ขาว = - 5 V
ดำ + น้ำเงิน = - 12 V
ดำ + ส้ม = 5 V
ดำ + เหลือง = 3.3 V
ดำ + น้ำตาล = 12 V

* เข็มมิเตอร์ตีกลับ ให้กลับสาย ใช้ค่า ติด -

*AC=220 V (L กับ N)
L1 380 Vac
L2 380 Vac
L3 380 Vac
N Nutron , G ไม่มีไฟ
*230W (23A) - 300W (30A)
โดย W=V*I

 

ส่วนของ Power Supply ที่สามารถตรวจซ่อมได้

 

1. Fuse
2. Bridge

3. Switching

4. IC Regulator

5. C
ตัวใหญ่
6. IC

Chart ประกอบการตรวจเช็ค Power Supply

 

powersupply-04.gif

วงจรเพาเวอร์ซัพพลาย (Block Diagram)


powersupply-05.gif

​

วิธีการซ่อมเพาเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)


          อาจจะเกิดจากการใช้งานมานาน ๆ จนทำให้อุปกรณ์ภายใน Power Supply เริ่มเสื่อมสภาพอาจมีการจ่ายไฟไม่ครบหรือปริมาณไม่เต็มที่ทำให้เครื่องแสดงสถานะว่ามีไฟเข้าแต่ไม่สามารถทำงานได้  วิธีแก้คือให้ลองหาเพาเวอร์ซัพพลายมาลองเปลี่ยนดู สาเหตุก็คล้าย ๆ กับข้อแรกเมื่อเราใช้งานเพาเวอร์ซัพพลายไปในระยะเวลาหนึ่งมันก็จะเริ่มมีอาการเสื่อมออกมาโดยบางครั้งอาจทำให้เครื่องค้างเนื่องจากมีอุปกรณ์บางตัวแย่งไฟชุดเดียวกันทำให้การจ่ายไฟไม่เพียงพอ วิธีการแก้ไขคือให้ลองหาเพาเวอร์ซัพพลายใหม่ ๆ มาลองเปลี่ยนแล้วทดสอบใช้ดู


วิธีการดูแลรักษาเพาเวอร์ซัพพลาย (Power Supply)


          PowerSupply นั้นถือว่าเป็นส่วนที่เริ่มต้นทั้งหมดของชุดจ่ายไฟให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งปัจจุบัน Power Supply นั้นเป็นวงจรแบบ Switching ข้อดีของวงจรแบบนี้คือ ไฟที่ได้มีลักษณะที่เรียบ และ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแหล่งจ่ายไฟที่ให้กับ Power Supply อีกที่ แต่ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของ Power ในลักษณะนี้นั้นหากมีไฟฟ้า กระชากเข้ามามาก ๆ ตัว Power นั้นจะเสียก่อนซึ่งถือว่าเป็นการป้องกันไฟที่ดีให้กับตัวเมนบอร์ดไม่ให้เสียหายเนื่องจากมีราคาค่อนข้างแพงกว่า Power Supply มากรวมไปถึงอุปกรณ์ตัวอื่น ๆดังนั้นการดูแลรักษาอุปกรณ์นี้จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้เราสามารถที่จะใช้งานได้ยาวนานขึ้น